ราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และความคาดหวังเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ย
2026-01-05 13:31:57
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น การโจมตีทางบกของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงการจับกุมประธานาธิบดีและคู่สมรสของประเทศ ได้ยิ่งกระตุ้นแนวโน้มนี้ให้รุนแรงขึ้น
ในขณะเดียวกัน ถ้อยคำที่รุนแรงของประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ต่อโคลอมเบียและเม็กซิโกได้จุดประกายความกังวลในตลาดเกี่ยวกับความไม่มั่นคงที่อาจเกิดขึ้นอีกในละตินอเมริกา ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ อย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก ความคืบหน้าที่จำกัดในการเจรจาเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ความตึงเครียดที่ต่อเนื่องในตะวันออกกลาง และความไม่มั่นคงในอิหร่าน ล้วนส่งผลให้ตลาดมีความระมัดระวังต่อความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับราคาทองคำ
นโยบายการเงินยังส่งผลดีต่อราคาทองคำด้วย ตลาดคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม และลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในภายหลัง แม้ว่าคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากเฟดจะยังคงระมัดระวัง แต่การคาดการณ์ของนักลงทุนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคตนั้นแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้อย่างมาก
นอกจากนี้ การหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในอนาคตของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้ตลาดเชื่อว่ามีความเสี่ยงที่นโยบายการเงินจะผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น
เป็นที่น่าสังเกตว่าดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นควบคู่ไปกับความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย โดยปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่การฟื้นตัวของดอลลาร์ไม่ได้สร้างแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาทองคำ
ปรากฏการณ์นี้บ่งชี้ว่าแนวโน้มตลาดในปัจจุบันยังคงขับเคลื่อนโดยการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเป็นหลัก และตำแหน่งของทองคำในการจัดสรรสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ต่อไป ตลาดจะหันมาให้ความสนใจกับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรและข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมากต่อทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ
จากมุมมองทางเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นของทองคำยังคงเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน กราฟรายชั่วโมงแสดงให้เห็นว่าราคาทองคำได้ทะลุผ่านและทรงตัวอยู่ใกล้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 ช่วงเวลา โดยรูปแบบทางเทคนิคเปลี่ยนจากการรวมตัวเป็นการปรับฐานขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าฝ่ายซื้อได้กลับมาควบคุมตลาดอีกครั้ง
ตัวชี้วัด MACD เปลี่ยนเป็นบวกและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเส้นเร็วและเส้นช้าอยู่ในแนวเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่เพิ่มขึ้น ส่วน RSI อยู่เหนือ 60 แต่ยังไม่เข้าสู่โซนซื้อมากเกินไป บ่งชี้ว่าราคาทองคำยังมีพื้นที่ทางเทคนิคที่จะปรับตัวสูงขึ้นต่อไปได้ เว้นแต่จะมีปัจจัยกระตุ้นที่รุนแรงเกิดขึ้น
ตราบใดที่ราคาทองคำยังคงอยู่เหนือแนวรับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่สำคัญ การปรับตัวลงในระยะสั้นมีแนวโน้มที่จะถูกมองว่าเป็นโอกาสในการซื้อ และแนวโน้มทางเทคนิคโดยรวมยังคงชี้ไปที่แนวโน้มขาขึ้นเล็กน้อยหรืออาจเพิ่มขึ้นอีก

หมายเหตุจากบรรณาธิการ:
โดยสรุปแล้ว การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากปัจจัยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบรรจบกันของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม เนื่องจากความไม่แน่นอนทั่วโลกยังคงมีอยู่ แม้ว่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้นชั่วคราวก็ไม่น่าจะลดความน่าดึงดูดใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลงได้
ในระยะสั้น คาดว่าราคาทองคำจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง แต่ควรระมัดระวังเกี่ยวกับความเสี่ยงจากความผันผวนที่อาจเพิ่มสูงขึ้นก่อนและหลังการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ ในระยะกลาง ตราบใดที่ความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมืองและความไม่แน่นอนทางนโยบายยังไม่คลี่คลายลงอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มขาขึ้นของทองคำก็ยังคงอยู่
- ข้อควรระวังและข้อยกเว้นความรับผิดชอบ
- การลงทุนมีความเสี่ยง กรุณาพิจารณาให้รอบคอบ ข้อมูลในบทความนี้ใช้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนส่วนบุคคล และไม่ได้พิจารณาเป้าหมายการลงทุน พฤติกรรมทางการเงิน หรือความต้องการเฉพาะของผู้ใช้บางราย การลงทุนโดยอ้างอิงจากบทความนี้เป็นความรับผิดชอบของผู้ลงทุนเอง